WAENDBER กับการเมือง เฮ้อ! View my profile

คุณเคยได้ยินเพลง Never say, Goodbye ในซีรี่ส์ My Girl คุณคงได้ยินเพลง Symphony No.40 in G minor ของ Mozart อยู่ด้วย นั่นแหละคือการจุดประกายการลักลอบขโมยผลงานของนักดนตรีคลาสสิคของโลกไปนั้น ถ้าพูดถึงเรื่องของกฏหมายล่ะก็ ผิดฐานขโมยผลงาน ซึ่งมันผิดประเพณีจารีตของฝรั่งอีกด้วย อาจทำให้ดนตรีคลาสสิคนั้นเสื่อมลงและไร้วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของดนตรีคลาสสิคหมดไป...

ท่านเห็นด้วยหรือไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้......โพสกันมานะครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ถ้าพูดเรื่องทางกฎหมายเราก็ไม่ค่อยรู้หรอกค่ะ
แต่พอได้ยินทำนองเพลงแล้วเราก็ "ทำนองนี้อีกแล้ว" คือพอจะเคยได้ยินมาบ้าง
แต่ถ้าเค้าไม่ได้แอบอ้าง (ซึ่งหลาย ๆ คนรู้ว่าเพลงนี้เป็นของใคร) +กับ
เค้านำบางท่อนไปดัดแปลง ก็คงไม่ผิดหรอกมั้งคะ
ไทยเราก็เอาทำนองของคนอื่นเค้ามาก็มี (แถมเอามาทั้งเพลงอิกด้วยค่ะ) ^^

#1 By shey on 2007-04-19 18:04

กฎหมายผมก็ไม่ค่อยรู้หรอกครับ
แต่ว่าทำนองเพลงนี้มีเยอะมาก
พึ่งรู้เหมือนกันว่ามันเป็นของโมสาท

แต่จะว่าไป การเอาทำนองเพลงของคนอื่นมา
มีเกลื่อนจนไม่รู้จะทำยังไงละครับ

เพลงคลาสลิคก็ยังคงเอกลักษณ์ไว้
แต่เรื่องทำให้เสื่อมนี่
ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า
เสื่อมในที่นี้คืออะไร??
(me/โหมด ไร้ประโยชน์ เพ่งออกบล็อค)

#2 By ◈ CROW ◈ on 2007-04-19 21:46

การก๊อปมามันก็ไม่ดีแน่นอน
ถ้าพูดเรื่องทำให้เสื่อมก็ มีส่วนด้วยมั้งแต่ไม่น่าจะมาก

#3 By โหมด on 2007-04-19 22:14

มันเป็นลูกเล่นของเพลงรึเปล่าครับ ถ้าแค่นั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
.
แต่ถ้ามองในแง่กฏหมายแล้วหละก็ อืมนะ

#4 By renkung on 2007-04-20 07:11

อืม คุณกำลังพูดเรื่องการ copy เอา ท่วงทำนองดนตรีคลาสสิกมาเป็นดนตรี pop หรือเปล่าครับ พอดี series ที่ว่าผมไม่ได้ดู

ถ้าผมจำไม่ผิด มีเพลง pop เพลงนึงประมาณ 6 ปีก่อน น่าจะ copy Morning Mood ใน Peer Gynt Suit นะ

อืม มีเพลงไทยอีกเพลงนึง ก็น่าจะ copy เพลงคลาสสิก เพลงนี้ก็ประมาณ 6-7 ปีก่อน แต่อันนี้จำไม่ได้ทั้งชื่อเพลงไทยและคลาสสิก

ขอบคุณที่แวะไปที่ blog ครับ ผมคิดว่า ต่อไปผมคงได้ขอคำแนะนำจากคุณแล้วล่ะ เพราะอยากมีความรู้วิจารณ์ดนตรีบ้าง

ผมชอบเพลงคลาสสิกครับ อันที่จริงต้องบอกว่าชอบเพลงบรรเลงทุกประเภทครับ เพราะว่ามันต้องใช้จินตนาการในการฟังด้วย

อ้อ เรื่องด้านที่สามของเหรียญ "จินตนาการที่ไม่สิ้นสุด" นั้น เป็นคำตอบนึงครับ พอดีเหรียญมีสองด้านใช่ไหมครับ blog ที่ exteen นี้ไม่ได้เป็น primary ครับ ที่หลักที่ผม blog จริง ๆ คือ http://plin.bloggang.com ครับ

ช่วงนั้นบ้านเมืองแบ่งเป็นสองฝ่าย ผมมองว่านั่นคือ false dilemma มันมีด้านอื่นอีก แต่มองไม่เห็นกันเอง ช่วงนั้นจึงพยายามเขียนอะไรที่มองให้มันเห็นอย่งอื่นบ้างน่ะครับ ก็เลยมี "ด้านที่สามของเหรียญ" ขึ้น

แต่ที่ exteen นี่ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีคนคุยเรื่องหนัก ๆ ผมเลยไม่ค่อยได้เอาเรื่องหนัก ๆ มาไว้ในช่วงนั้น (แต่ช่วงหลัง ๆ เริ่มเอามาลงบ้างแล้ว)

วันหลังจะถือวิสาสะ email ไปคุยนะครับ อยากขอคำแนะนำเรื่องดนตรีคลาสสิกครับ _/|\_

#5 By Plin, :-p on 2007-04-20 18:47

คุณธัชแนะนำบลอคมาครับ
จะบอกว่า แนวคลาสสิคเหมือนกับคุณธัช
แต่ให้ความรู้สึกไม่เหมือนกันเลย
นับว่าได้ประโยชน์จาก2บลอค แบบเต็มเนื้อหาเลยล่ะ
ยังไงก็แอดไว้แล้วนะครับ แล้วจะแวะมาบ่อยๆครับ
ถ้าจะคุยเรื่องเพลงคลาสสิกนะครับ แอดมาหาเรา 2 คนได้เลยนะครับ

#7 By Mr.Touch_blue_life on 2007-04-21 00:20

มันจะเรียกว่าเปนการดัดแปลงหรือการลักลอบขโมยผลงานดีล่ะ เราเองก้อไม่รู้อ่ะนะว่าเค้าได้มีการขออนุญาตก่อนนำทำนองนี้เข้าไปในเพลง never say goodbye รึป่าว เราไปตัดสินว่าเขาทำให้ดนตรีคลาสสิค"เสื่อม"ลงและไร้วัฒนธรรมที่เปนเอกลักษณ์ของดนตรีคลาสสิค...มันก้อคงไม่ค่อยเหมาะสมมั้งคะ

#8 By ~*bLaCk TeAr*~ on 2007-04-21 21:28

การโขมยผลงานของคีตกวีระดับโลกมามันไม่ดีแน่นอนค่ะ
เราก็ไม่ชอบสิ่งที่คนเกาหลีทำเหมือนกัน
ถึงเราไม่ค่อยพอใจแต่คิดว่าคงทำอะไร
ไม่ได้.. คงได้แต่รู้อยู่แก่ใจว่านี่คือ
บทประพันธ์ของโมสาร์ทที่บางคน
ที่ฟังเพลงๆนี้คงไม่รู้ด้วยซ้ำ
~ไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้ค่ะ~
ถ้าเอาข้ออ้างมาเป็นสะพานให้เขาเดินข้ามอีก ผมจะโละทิ้งให้หมดเลย เพลงสมัยใหม่เนี่ย
อย่างนี้เพลงที่คุณเล่นอยู่ก็ผิดเหมือนกัน คุณไปขอลิขสิทธิ์จากmozartรึยังหละ?
น่าดีใจนะ ที่เพลงนี้ทำให้คนรุ้จักเพลงคลาสสิกมากขึ้น
เราก็เป็นคนนึงที่ฟังเพลงคลาสสิก แต่ก็ไม่เคยblame on ดนตรีแนวอื่น

#11 By ัcontemporary (58.136.61.144) on 2007-04-29 17:42

ผมว่าเรื่องกฎหมาย ไม่น่ามีปัญหานะ เพราะ ผมเคยเจอมาว่า เพลงหรืออะไรพวกเนี้ย หากเกินกี่ปีๆ ตามกฎหมาย นานาชาติ บอกไว้ว่า เมือถึง...ปี(ลืมอะ) มันจะตกเป็น สมบัติของแผ่นดิน ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เพราะงั้นเพลงนี่ไม่ ลเมิด แน่นอนครับ รู้สึกว่าจะนวนปีที่ว่านั้นจะ50นะหรือป่าวไม่แน่ใจ แต่ถ้าเราไปไรทเพลง คลาสสิกที่มีคนเอาไปเล่น แบบไง อะเช่นผมเล่น เพลงของ บีโทเฟ่นขายผมไม่ผิด แต่ ถ้ามีคนมาเอาของผมไปหากิน เข้าคนนั้นจะผิด เพราะ เขาใด้ละเมิดผลงานของผม

ส่วงเรือ่งความคิดเห็นส่วนตั้วอะ ผมก็ไม่ชอบนะเพลงนั้น มันเหมือนยังไงๆไม่รู้อะ เหมือนทำเพลงเขาแปลกเปื่อนอะ

#12 By ผ่านมา (58.9.101.131) on 2007-05-08 23:09

หวัดดีค่า
อยากเสนอความคิดเห็นนะคะ
ทรัพย์สินทางปัญญา เค้าดูแลให้ ห้าสิบปีหลังเจ้าของเยชีวิตนะคะ หลังจากนั้น ผลงานนั้นๆจะถูกเผยแพร่ฟรี
สำหรับเพลงนี้ เราว่าดีนะคะที่เค้าเอามาเผยแพร่ในรูปแบบใหม่ เพราะ แสดงให้เห็นพัฒนาการของดนตรี ค่ะ (ถ้ามีแต่ Symphonic No.40 in G minor บางคนอาจไม่ชอบ)(หรือถ้ามีแต่ป๊อบ กะ แร๊พ บางคนก็อาจไม่ชอบ) สำหรับเรา never say goodbye เป็นเพลงที่นำคลาสสิค มารวมกับวัฒนธรรมปัจจุบันได้ดี (ดูได้จากจำนวนคนที่ชอบเพลงนี้) อีกอย่าง ก็มีการนำมา mixed หลายครั้งแล้ว แต่ไม่มีเพลงไหนดังเท่า เพลงนี้เลย อยากให้ลองเปิดใจว่า ไม่ได้มีแต่คนชอบ คลาสสิคนะคะ แล้วการที่มีไดนามิคในวงการเพลงก็น่าจะเป็นการดี เป็น ไม่ได้ลอกเรียนแต่ของเดิมๆ ปัญญาเกิดขึ้นหลายทางนะคะ คิดขึ้นเองก็ใช่ ลอกคนอื่นมาก็ใช่ เพลงอื่น เช่น fur eliseวง Rap ในอเมริกาก็เอามา mixed (ไม่ได้ทำได้ดีเท่าnever say goodbye ด้วยค่ะ) (ถ้านายลองฟังเพลงให้กว้างขึ้น ก็จะรู้ว่ามีอีกหลายเพลง ในหลายประเทศที่เอาคลาสสิคมามิ๊กซ์)
อีกอย่าง เพลง คลาสสิคพวกนี้ อาจจะจุดประกายให้อีกหลายคนหันมาสนใจ คลาสสิคก็ได้นะคะ อย่างที่คุณว่า ปัจจุบันนี้คนไทย(ที่อื่นก็เหมือนกัน) ฟังคลาสสิคกันน้อยมาก เราว่า ถ้าไม่มีใคนรเอาเพลงพวกนี้มาเล่นใหม่ มาทำให้คนรู้จัก คลาสสิคก็คงจะตายไปจากมนุษยชาติ ในอีกม่กี่ร้อยปีข้างหน้า ขอให้คิดว่า ทุกการกระทำ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย นะคะ ลองมองทั้งสองแง่ ดูว่าด้านไหนเกิดประโยชน์ และโทษไรบ้าง ค่ะ

#13 By akitaka (58.8.175.149) on 2007-05-08 23:16

50 ปี ถูกด้วยเรา

#14 By ผ่านมา (58.9.101.131) on 2007-05-08 23:22

อ๊ะต่ออีกนิด
ในเพลงNever say goodbye นะคะ จะมีท่อนที่ร้องว่า
ประมาณว่า "นี่เป็น คลาสสิคแบบใหม่ คลาสสิคสไตล์ของผม" ไรนี่แล่ะ จำไม่ได้ เค้าร้องบอกไว้ในเพลงเลยน่ะคะ

#15 By akitaka (58.8.175.149) on 2007-05-09 00:24

เปิดใจให้กว้างก็จะเห็นว่ามันเป็นเรื่องธรรมดามากๆค่ะ หนังสารพัดเรื่องจนจำไม่หวาดไม่ไหวเขาก็เอามาใช้กันอยู่ตลอด เพราะเพลงเหล่านี้เปรียบเหมือนมรดกโลกไปแล้ว ไม่มีเจ้าของนอกจากตัวผู้ประพันธ์เองซึ่งก็เสียชีวิตไปนานแล้วคงไม่สามารถไปขอยืมลิขสิทธิ์เขามาได้ ยังว่าดีเสียอีกที่หนังเรื่องนี้ยืมมาใช้ หลายๆคนที่ไม่รู้จักซิมโฟนีหมายเลขนี้ ตอนนี้ก็อาจจะได้รู้จักแล้วก็ได้

#16 By มาช้าแต่อยากโพส (202.183.201.163) on 2007-09-19 18:11

ถึง Ment # 15 คร่า

ถูกเผงค่ะ ตอนต้นเพลงเค้าร้องว่า ....my classic style แล้วก็ .... with the brand new classic

----------------------------------
เราก็ไม่คิดมากอะไรนะคะ ถึงแม้จะเป็นคนที่รักเพลงคลาสสิคมากมาย ...
แต่ในทางตรงกันข้าม เรากลับชื่นชมเพลงนี้มากเลย เพราะเป็นการผสมผสานระหว่าง Hip-hop และ Classic ได้ดีเยี่ยม (เราชอบเพลงHip-Hop มาก่อน Classic)
ที่สำคัญ ตอนนี้เพื่อนเราก็รู้จัก Symphony หมายเลข40 ด้วย ^^^^

#17 By Wolfgang-Girl (203.113.36.6) on 2007-10-24 12:26


ไม่ผิดนะ เพราะ ถ้าเพลงคลาสสิค ที่แต่งมานานมากๆ
คนแต่เสียชีวิตไปแล้ว เพลงนั้น จะไม่มีลิขสิทธิ์ มีหลายเพลง เหมือนกันนะ ที่ทำแบบนี้ จนมันกลายเป็นเรื่อง ปกติไปแล้ว
อย่าคิดมาก....

#18 By piano_forte on 2007-10-26 09:01

- - เรียกว่าเอามา Improvise ซะดีกว่าแหะ

ถ้าคิดซะให้ดีก็คือการ เผยแพร่ เพลงคลาสสิคแนวไหม่ 555

#19 By Mr.Touch_blue_life on 2007-10-28 08:00

รู้สึกว่าไม่ชอบค่ะ
เพราะเหมือนตัวเองคิดทำนองเองไม่ออก
อาศัยเพลงเก่าๆทำนองนั้นน่ะค่ะ

#20 By TaLgY on 2008-02-16 03:51

สวัสดีครับ
เพิ่งมาเจอบล็อกนี้เข้าครับ เกินคาดว่ายังมีเด็กวัยรุ่นใหม่ๆคลั่งไคล้้เพลงคลาสสิกมากขนาดนี้

ที่นี้ประเด็นที่ผมอยากเสนอเป็นอย่างงี้ครับ ถ้าจะพูดเรื่องกฎหมายล่ะก็ กฎหมายลิขสิทธิ์มันเพิ่งมาเกิดในระบบทุนนิยมในสมัยหลังนี่เองครับ แม้ว่าหากมองโลกในแง่ดีแล้วกฎหมายลิขสิทธิ์อาจจะเป็นการป้องกันและให้การประกันแก่เจ้าของผลงานว่า การกระทำอะไรกับผลงานชิ้นนี้ยังเป็นสิทธิ์ของท่านเต็มที่ ทว่ากฎหมายลิขสิทธิ์มักถูกตีความไปในเร่ืองของธุรกิจเสียเป็นส่วนมาก

เอาล่ะ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าสมัยนั้นโมสาร์ทแต่งเพลงเพื่อหาเงินจริงๆ (เพื่อจะได้ไม่ผูกพันอยู่กับระบบอุปถัมภ์) และก็ไม่มีกฎหมายคุ้มครอง แล้วก็มีนักเรียบเรียงเพลงหลายคนเอางานของแกไปเรียบเรียงเสียมากมาย แล้วเราจะบอกได้หรือไม่ครับว่าการที่มีคนอื่นนำเพลงโมสาร์ทไปเรียบเรียงเป็นการขโมยเพลงและผิดกฎหมาย? แน่นอนว่าในสมัยนั้นถือว่าไม่ผิดครับ เพราะมันยังไม่มีกฎหมาย

นั่นเป็นกรณีเล็กๆครับของการนำเพลงคนอื่นมาดัดแปลง ทว่าถ้าจะนับว่าการนำทำนองของใครสักคนมาใช้ในเพลงตัวเองเรื่องผิดล่ะก็ ยังมีเคสที่ยิ่งใหญ่อีกมากมายเลยล่ะครับ
เช่น การนำทำนองของใครสักคนมาสร้างงานแบบ Theme and Variations นั้นทำกันเสียจนเป็นเรื่องปรกติมากในโลกดนตรีคลาสสิก แล้วเพลงเหล่านั้นก็ยังหลุดรอดมาเป็นที่นิยมในสมัยนี้เลยครับ

ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว ถ้าจะพูดถึงการก๊อปปี้ทำนองแล้วล่ะก็ นักแต่งเพลงยิ่งใหญ่ทั้งหลายนี่แหละครับ บางทีก็ถือได้ว่าเป็นนักก๊อปชั้นยอดเลยทีเดียว โดยเฉพาะเพลงโฟล์คซองทั้งหลายที่พวกท่านได้หยิบยืม (ถ้าพูดแบบสุภาพๆนะ) มาใช้ในเพลงตัวเอง หรือว่าพวกเพลงของชาติพันธุ์อื่นที่บังเอิญได้ยินแต่อยากเลียนแบบตาม แม้แต่เบโทเฟนก็ไม่เว้นหรอกครับ มีหลักฐานมากมายที่ปรากฏการหยิบยืมทำนองมาจากคอมโพเซอร์อื่นๆ หรือไอเดียการประพันธ์เพลงบางอย่างที่หยิบยืมมาจากคนอื่น

เพลง Habanera ใน Carmen นั้นบิเซ่ต์ก็ไม่ได้แต่งเองหรอกครับ แกเอามาใช้เพราะนึกว่าเป็นโฟล์คซอง ที่ไหนได้เพิ่งมารู้ทีหลังว่าเป็นของคนอื่นเขา (ถ้ารู้มาไม่ผิดนะครับ)

แล้วอย่างทำนองในซิมโฟนีเบอร์ 1 ของบราห์มส์ในท่อนสุดท้ายล่ะครับ ทำนองหวานๆ ที่ (ถ้าพูดแบบสุภาพๆ) แล้วฟังดูละม้ายคล้าย ode to joy เหลือเกิน จะเรียกว่าเป็นการขโมยผลงานไหมครับ

แล้วเรื่องวัฒนธรรมที่บอกว่าเป็นเอกลักษณ์ของดนตรีคลาสสิกนั้นก็ล้วนเป็นสิ่งที่เป็นมายาคติที่ถูกเสกสร้างขึ้น วัฒนธรรมใดๆก็ตามเกี่ยวข้องกับดนตรีคลาสสิกมันได้ปรับเปลี่ยนและแปรเปลี่ยนไปตลอดเวลาในยุคสมัยของพวกมัน รูปแบบของวัฒนธรรมหรือธรรมเนียมของมันไม่เคยหยุดนิ่ง (ไม่ว่าจะเป็นการเล่น การแต่ง การฟัง) มันเพิ่งจะเปลี่ยนสภาพไปเม่ื่อตอนนี้โลกถูกกระแสดนตรีสมัยนิยมยุคใหม่เข้าครอบครองและทำให้ดนตรีคลาสสิกถูกเปลี่ยนสภาพไปเป็นของเข้ากรุ และทำให้เรามองเห็นว่าวัฒนธรรมของมันถูกแช่อยู่ที่เดิมอย่างนั้น

ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ใช่เลยครับ ในโลกปัจจุบันทุกอย่างแปรเปลี่ยนไปตลอดเวลา แล้วเราก็ค้นพบแล้วว่าความหมายของสิ่งใดสิ่งหนึ่งสัมพัทธ์อยู่กับบริบทแวดล้อม แม้แต่วัฒนธรรมและความหมายของงานศิลปะก็ด้วย

ดังนั้นผมขออนุญาตสรุปอย่างนี้ครับ
ทุกอย่างในโลกล้วนเกิดจากการก๊อปปี้ และไม่มีสิ่งใดที่ใหม่อย่างแท้จริง (นักแต่งเพลงทั้งหลายต่างก็เลียนแบบนักแต่งเพลงรุ่นก่อนหน้าตัวเองก่อนที่จะพัฒนาและตกผลึกมาเป็นตัวของตัวเอง)
หน้าที่ของนักแต่งเพลงความจริงแล้วไม่ได้สร้างอะไรใหม่เลย เขาทำเพียงแค่ 'เลือก' เสียงที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติเข้ามาเรียบเรียงให้ตรงกับความต้องการของตน สิ่งสร้างสรรค์ของนักแต่งเพลงก็คือ ทำอย่างไรจึงจะเรียบเรียงเสียงเหล่านี้ออกมาให้งดงาม (ทั้งเรื่องฟอร์ม ทำนอง เสียงประสาน ฯลฯ)

แล้วถ้าศิลปินสร้างงานขึ้นมาไม่ได้เพื่อเงิน ไม่ได้เพื่อรับใช้ทุนนิยม แต่เพื่อรับใช้สังคมอย่างแท้จริงแล้วล่ะก็ พวกเขาไม่แคร์หรอกครับ เรื่องลิขสิทธิ์ เรื่องการรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง

มันเป็นแค่เรื่องเล็กครับ

ด้วยความเคารพ

#21 By Seta Brahms on 2008-04-08 17:24